Saturday, 26 November 2022

เดินดูครัวกลาง MK: ทำที่เดียวเสิร์ฟ 700 สาขา ภายใน 24 ชม.

09 Oct 2022
23

ปก เปิดครัวกลาง MK

ครัวกลางของร้านอาหาร MK ร้านสุกี้ที่มีจํานวนสาขามากที่สุดในไทยและเขาคือธุรกิจสุกี้ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็คงจะไม่ผิดอาคารสีแดงคืออาคารที่เขาจําลองมาจากตัวถาดคอนโดที่ใช้สําหรับเสิร์ฟสุกี้ที่ร้านนั่นเอง ซึ่งทุกคนก็น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ถ้าเกิดเรามองจาก Top View มันคือหม้อต้มสุกี้ที่ทุกคนจะเห็นผักลอยอยู่ที่ด้านหน้าตึก เวลาทุกคนไปกินอาหารที่ร้านเอ็มเค หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าวัตถุดิบต่างๆ ที่เขาเอามาเสิร์ฟ เป็นวัตถุดิบที่เพิ่งจะถูกนำมาจากแหล่งกําเนิด ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนที่เราจะได้กิน

MK ทําแบบนี้กับร้านอาหารในเครือเอ็มเค เกือบๆจะ 700 สาขา เราอยู่กันที่ครัวกลาง เขาทําได้ยังไง? ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าครัวกลางของ MK อยู่ข้างหลังเป็นแค่อาคารสํานักงานของบริษัท ครัวกลางจึงทําหน้าที่ก็คือเก็บวัตถุดิบและสาขาที่ไหนจะใช้ก็มาเบิกไป ซึ่งที่ครัวกลางแห่งนี้เขา operate ตลอด 365 วัน โดยไม่มีวันหยุด แล้วก็ทํางานเกือบเกือบจะ 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเสิร์ฟอาหาร

ครัวกลาง มีโซนไหนบ้าง ?

ครัวผัก เราจะได้เห็นกรรมวิธีว่าก่อนที่มันจะกลายเป็นชุดผักสุขภาพ ผักมันต้องผ่านอะไรมาบ้าง ตัวกลางแห่งนี้จะมีครัวเป็ดย่าง แต่ว่าปัจจุบัน MK ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาจะทําการย่างเป็ดที่สาขาเพื่อให้มันได้รสชาติที่ดีขึ้น ดังนั้นที่นี่ก็เลยไม่ได้กลายเป็นครัวเป็ดย่างแล้วหลักๆคือจะเป็นการเตรียมเป็ด จุดเริ่มต้นของผัก MK เริ่มต้นที่ห้องนี้จะเป็นห้องรับวัตถุดิบ ประมาณ 80 % ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการหลวงซึ่งมาจากบนดอย รถจะออกจากดอยตั้งแต่ประมาณเมื่อคืนแล้วมาถึงตรงจุดลงผักตรงประมาณ 8 โมงเช้าเพื่อที่ตัวผักส่งออกทันในล็อตของช่วงบ่ายจะเข้าไปนั่งในร้านช่วงเย็นๆ

ซึ่งแปลว่าถ้าเกิดเราเข้าไปกินอาหารเอ็มเคช่วงมื้อเย็น เรามีโอกาสที่จะได้กินผักที่เพิ่งถูกเก็บมาประมาณไม่เกิน 24 ชั่วโมงก่อนหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก สําหรับร้านที่มีจํานวนสาขาเยอะขนาดนี้หลังจากที่รับวัตถุดิบมาเสร็จแล้ว จะมีเครื่องสําหรับตัดแต่งวัตถุดิบเบื้องต้น เป็นวิธีการที่ทางเอ็มเคค้นพบได้หลังจากที่ทํางานมาสักพัก คือแรงดันน้ำตรง มันจะทําการผลักพวกสิ่งสกปรกหรือว่าหนอนอะไรต่างๆ ที่มันอาจจะเกาะอยู่ซ่อนอยู่ภายในผักออกไป แล้วผักที่จะถูกขายให้ MK ได้ จะต้องผ่านมาตรฐานต่างๆที่ถูกกําหนดไว้ อย่างเช่นผักจะต้องถูกทิ้งไว้ก่อนที่จะเก็บเกี่ยว เพื่อที่จะไม่ให้เกิดสารเคมีตกค้าง ก่อนที่จะรับผักเข้ามาก็จะมีตัวอย่างผักที่ถูกไปส่งไปให้แล็บ เพื่อตรวจสอบคุณภาพต่างๆอีกที ว่าค่าต่างๆมันได้ตามมาตรฐาน ซึ่งถ้าเกิดมันไม่ผ่านมาตรฐาน ผักก็จะถูกไปทั้งล็อตแล้วร้านค้าอย่างเช่น MK Life ทุกคนเป็นร้านที่ผักทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ผักบางส่วนเป็นผักออแกนิกในที่นี้ก็คือปลอดสารเคมี

ส่วนห้องถัดไปทุกคนที่เราจะเข้าไปดูเป็นหนึ่งในห้องแห่งความลับสุดยอดของเอ็มเค นั่นก็คือห้องทําน้ำจิ้มนั่นเอง ซึ่งเราจะสังเกตว่าทางเดินจะถูกบีบให้แคบลง แล้วตรงปลายสุดจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ตัวหนึ่ง เพื่อที่จะได้มอนิเตอร์ตลอดเวลาว่าใครที่เดินเข้าออกห้องนี้บ้าง พอเราเดินเข้ามาเราก็จะพบกับเครื่องผลิตน้ำจิ้มของ MK งานที่เป็นคนเทวัตถุดิบใส่เครื่อง จะไม่มีใครรู้ว่าอัตราส่วนของน้ำจิ้ม มันเป็นเท่าไหร่ ตัวเครื่องจะเป็นตัวคิดคํานวณทั้งหมด แล้วก็ผสมกันเองในเครื่องทางเอ็มเคบอกผมว่ามีคนเพียงจํานวนแค่ 4 คนเท่านั้นบนโลกนี้ที่รู้ว่าสูตรของน้ำจิ้มเอ็มเคทํายังไง? หนึ่งในนั้นก็คือคุณริท ธีระโกเมน ซีอีโอ ของเอ็มเค หลังจากที่ตัวน้ำจิ้มถูกผสมเรียบร้อยแล้วซึ่งต้องบอกว่า น้ำจิ้มเป็นสิ่งที่ทําให้ MK เป็น MK เลย เพราะว่าถ้าเกิดเราลองคิดดูดีๆ ของสด วัตถุดิบต่างๆ หลายๆที่มันก็มีความใกล้เคียงกันแต่ว่าสิ่งที่ทําให้รสชาติมันแตกต่าง ก็คือตัวน้ำจิ้มนี่เอง

ในห้องเก็บกระบะสําหรับใช้ใส่วัตถุดิบนะครับผม ซึ่งกระบะที่เราเห็นทั้งหมด กระบะที่เขาล้างเสร็จแล้วจะมีเครื่องล้าง จะเอากระบะเพื่อทําการล้างฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูงประมาณแปดสิบองศาหลังจากเขาฆ่าเชื้อเสร็จแล้ว คือมีการแบ่งสีของประเภทกระบะ กระบะแต่ละสีจะใช้เก็บของที่ไม่เหมือนกันอย่างเช่น สีน้ำเงิน จะเป็นของทั่วไป สีแดง เป็นของที่ต้องทำความสะอาดมากขึ้น ส่วนสีเหลืองจะไม่ใช้เก็บของจะใช้รองเป็นฐานทั้งหมด

การขนส่งโลจิสติกส์ ทางเอ็มเคจับมือบริษัทเซงโค ของญี่ปุ่น เป็นบริษัทที่เขาทําโลจิสติกส์มาร้อยกว่าปี ความท้าทายเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งอาหาร มันจะมีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือความสะอาดที่มันเป็นมาตรการเกี่ยวกับเรื่องการรักษาความสะอาดของวัตถุดิบ 2. คือการคุมอุณหภูมิ และ 3.ส่งของยังไงให้ถูกสาขา

สนับสนุนโดย ebet88.vip


4 × 3 =