Thursday, 22 February 2024

ถือกำเนิด ซาลาเปา

11 Feb 2023
244

ปก ถือกำเนิด ซาลาเปา

อาหารว่างที่ช่วยให้อิ่มท้องได้ดีของคุณคืออะไรคะ หลายคนอาจนึกถึงขนมกรุบกรอบหลายชนิด หรืออาจเป็นพายสักชิ้น แต่ในช่วงที่อากาศเย็นฉ่ำแบบนี้เรากลับนึกถึงซาลาเปาร้อนๆ สักลูก ที่สามารถหารับประทานได้ตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งแน่นอนว่ามีให้เลือกทั้งไส้คาวและไส้หวานตามใจชอบ

ซาลาเปา เป็นอาหารจีนชนิดหนึ่งทำมาจากแป้งสาลีและยีสต์ และนำมานึ่ง ซาลาเปาจะมีไส้อยู่ภายในโดยอาจจะเป็นเนื้อหรือผัก ซาลาเปาที่นิยมนำมารับประทานได้แก่ ซาลาเปาไส้หมู และ ซาลาเปาไส้ครีม สำหรับอาหารที่มีลักษณะคล้ายซาลาเปา ที่ไม่มีไส้จะเรียกว่า หมั่นโถว นอกจากนี้ซาลาเปายังคงเป็นส่วนหนึ่งในชุดอาหารติ่มซำ ในวัฒนธรรมจีน ซาลาเปาสามารถนำมารับประทานได้ในทุกมื้ออาหาร ซึ่งนิยมมากในมื้ออาหารเช้า

ซาลาเปาแป้งนุ่ม

ซาลาเปาทำไมถึงมีจุดสีแดง

ที่ต้องแต้มจุดสีแดงตรงกลางลูกซาลาเปา เพราะว่าคนจีนเชื่อว่าสีขาวล้วนซึ่งเป็นสีของแป้งซาลาเปานั้นไม่เป็นมงคล เพราะสีขาวล้วนเป็นสีของการไว้ทุกข์ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้จึงมีการแต้มจุดสีแดงซึ่งเป็นสีของความมงคลตามความเชื่อของจีนนั้นลงไปบนลูกซาลาเปา

ซาลาเปา เป็นอาหารเช้าของชาวจีนชนิดหนึ่งที่ทำมาจากแป้งสาลีและยีสต์ และนำมาผ่านขบวนการนึ่งเชื่อว่าถือกำเนิดขึ้นมาในยุคราชวงศ์ซ้อง (ค.ศ. 960-1279) ต้นกำเนิดของซาลาเปานั้นมาจากก้อนแป้งนึ่งที่เรียกว่า “หม่านโถว” นานเข้าก็แผลงเป็น “หมั่นโถว” และทำตกทอดกันมาจนแพร่หลายโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงแป้งนึ่งแบบไม่มีไส้ และได้กลายมาเป็นอาหารที่ชาวจีนทางภาคเหนือนิยมรับประทานกันเป็นอาหารเช้าหรืออาหารว่าง โดยการเพิ่มไส้เข้าไปด้วยเป็นเนื้อหรือผัก ชาวจีนทางภาคเหนือนิยมเรียก “เปาจึ”  หรือ “ซาลาเปา” ส่วนที่นิยมนำมารับประทาน ได้แก่ ซาลาเปาไส้หมู และซาลาเปาไส้ครีม ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชุดอาหารติ่มซำในวัฒนธรรมจีน ซาลาเปาสามารถนำมารับประทานได้ในทุกมื้ออาหาร ซึ่งนิยมมากในมื้ออาหารเช้า ส่วนจุดสีแดงที่อยู่บนแป้งซาลาเปานั้นเพราะคนจีนเชื่อว่าสีขาวล้วนซึ่งเป็นสีของแป้งซาลาเปาไม่เป็นมงคล เพราะสีขาวล้วนเป็นสีของการไว้ทุกข์ดังนั้นจึงมีการแต้มจุดสีแดงซึ่งเป็นสีของความมงคลตามความเชื่อของจีนลงไปบนลูกซาลาเปา

ซาลาเปาหมูสับ

แป้งปั้นแทนศีรษะคนแล้วนำไปนึ่ง ถูกเรียกว่า “หม่านโถว” แปลว่า “หัวของชาวหนานหมาน” และเนื่องจากคำเรียกในภาษาจีนดั้งเดิมฟังดูโหดร้ายเกินไป ภายหลังจึงได้มีการเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษรที่บ่งชี้ว่าเป็นอาหารแทนตัวอักษรที่หมายถึงพวกหนานหมัน อย่างเช่นในอดีต

คำว่า “หม่านโถว” นานเข้าก็แผลงเป็น “หมั่นโถว ” และทำตกทอดกันมาจนแพร่หลายไปทั่ว โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ได้กลายมาเป็นอาหารที่ชาวจีนเหนือนิยมรับประทานกันเป็นอาหารเช้าหรืออาหารว่าง คนจีนทางภาคเหนือนิยมเรียก “เปาจึ”หรือ”ซาลาเปา”

ซาลาเปานั้นมีไส้หลากหลายนับตั้งแต่ไส้เบสิคอย่างหมูสับ หมูแดง ไส้ผัก ไส้ครีม ไปจนถึงที่พิสดารขึ้นเช่น ไส้ไข่เค็มลาวาที่ไหลเยิ้ม ไปจนถึงไส้ทุเรียน ตามแต่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นจะเอามายัดไส้

ถ้าพูดถึงต้นตำรับคือประเทศจีนแล้ว ซาลาเปาไส้ไก่น่าจะเป็นรุ่นแรก ๆ ของซาลาเปาที่ยัดไส้เนื้อสัตว์ ต่อมาก็มีพัฒนาการที่พิถีพิถันขึ้นเช่นซาลาเปาไส้หมูแดง ถ้าเราไปฮ่องกง ซึ่งเป็นถิ่นของคนกวางตุ้งก็จะพบเห็นซาลาเปาไส้หมูแดงหรือ 叉烧包 กันอยู่ทั่วไป เมื่อคนกวางตุ้งอพยพไปอยู่ที่ไหนก็จะเอาซาลาเปาไส้หมูแดงไปเผยแพร่เช่น ตามร้านอาหารจีนในไชน่าทาวน์ของประเทศฝรั่งต่าง ๆ

ซาลาเปา

ที่เมืองเซี่ยงไฮ้จะมีซาลาเปาลูกเล็กที่ไส้ข้างในมีน้ำซุปอยู่ด้วยหรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า “เสี่ยวหลงเปา” หรือ 小笼包 เวลาจะทำเสี่ยวหลงเปา เขาจะเอาน้ำซุปไปแช่เย็น น้ำซุปเป็นน้ำต้มกระดูกจะมีเจลาตินอยู่แล้วเมื่อถูกทำให้เย็น ก็จะจับตัวกันเป็นก้อน เอามาหั่นและยัดไส้พร้อมเนื้อหมูเข้าไปในแป้งซาลาเปา ทำการพับได้จับจีบแล้วนำไปนึ่ง ก็จะได้เสี่ยวหลงเปาที่เวลาทานจะมีน้ำซุปอยู่ด้วย

มีคนแนะนำวิธีรับประทานเสี่ยวหลงเปาอยู่หลายวิธีเช่น เอาตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปาจิ้มในน้ำจิ้มซีอิ๊วขาวพร้อมขิงฝอย แล้วเอามาวางบนช้อน(แบบช้อนก๋วยเตี๋ยว) เอาตะเกียบเจาะรูบนเสี่ยวหลงเปาให้น้ำซุปไหลออกมาบนช้อนแล้วจึงเอาเข้าปาก อีกวิธีหนึ่ง ก็ให้เอาน้ำจิ้มใส่ลงในช้อน แล้วคีบเสี่ยวหลงเปามาวาง แต่ยังไม่ให้กิน ทิ้งไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย แล้วจึงค่อยเอาเสี่ยวหลงเปาทั้งลูกเข้าปากโดยไม่ต้องเจาะรู

พอข้ามมาเกาะไต้หวัน ซาลาเปาที่นั่นจะไม่ได้เป็นลูกกลม แต่จะเป็นแผ่นแป้งเอามาพับครึ่งยัดไส้เหมือนแซนด์วิช เช่น ไส้เนื้อ ไส้ปู หรือมันหวาน แต่ที่เป็นที่นิยมก็เห็นจะเป็นไส้หมูสามชั้น ซึ่งฟังแล้วก็คงไม่น่าแปลกใจอะไรใช่ไหม

สนับสนุนโดย joker123wallet.vip