Saturday, 26 November 2022

ความรู้ไวน์เบื้องต้น เข้าใจง่าย Wine Knowledge

รู้จักไวน์พื้นฐานทั้ง 5 ประเภททั้งไวน์แดง ไวน์ขาว ไวน์โรเซ่ สปาร์คกลิ้งไวน์ และไวน์หวาน ไปจนถึงวิธีการผลิต

ถ้าพูดถึงประเภทเครื่องดื่มในบ้านเราเชื่อว่า “ เบียร์ ” คงนำโด่งแบบแน่ๆ ซึ่งถ้าใครสนใจอยากรู้ว่าเบียร์มีกี่ประเภทก็ลองเข้าไปอ่านกันได้ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งประเภทเครื่องดื่มที่เริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างไวน์ ที่ปัจจุบันต้องบอกว่าภาพลักษณ์ดูวัยรุ่นขึ้นมากไม่ได้ดูคนอายุเยอะเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นเราเลยจะมาบอกเล่าไวน์พื้นฐานที่ควรรู้จักสำหรับคนที่อยากเข้าวงการไวน์ เพื่อที่จะจะได้รู้จักไวน์ชนิดต่างๆ และค้นหาไวน์ที่ถูกใจได้มากที่สุด

ซึ่งไวน์ที่เราคัดเลือกมาวันนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 ประเภทด้วยกัน

1. Red Wine ไวน์แดง

ไวน์แดงเป็นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นดำที่หมักด้วยเปลือกองุ่น, ขั้วองุ่นรวมถึงเมล็ดทำให้ไวน์ที่ได้จึงเป็นสีแดง โดยไวน์แดงมี Tannin (แทนนิน) สูง ซึ่งทำให้รสที่ได้จะขมและแห้งในปากหลังจากที่คุณจิบไวน์  และสำหรับใครที่งงว่า Tannin คืออะไร เราขออธิบายเพิ่มแบบนี้ โดยคำนี้เป็นคำที่นักดื่มไวน์ชอบใช้ เมื่อดื่มไวน์แล้วรสชาติขมที่ทิ้งไว้ในปาก หรือ ระดับของรสฝาดซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ก็เพราะเปลือกขององุ่นแดงและเมล็ดองุ่นที่ถูกนำไปบ่นในไวน์นั้นเอง

เคล็ดไม่ลับ : ควรดื่มไวน์แดงที่อุณหภูมิห้อง (หมายถึงอุณหภูมิในยุโรปอยู่ที่ 12- 18 องศานะครับ เพราะอุณหภูมิห้องของประเทศไทยค่อนข้างร้อนเกินไปซักหน่อย) หรือต่ำกว่าเล็กน้อยเล็กน้อย กล่าวคือนำไป Light Chill แช่เย็นแป๊ปนึง สำหรับไวน์แดงที่มี Body เบา เช่น Pinot Noir  เนื่องจากถ้าคุณแช่ไวน์แดง Tannin ในไวน์จะกลายเป็นรสขมแทนรสฟาด

ไวน์แดง

2. White Wine ไวน์ขาว

ไวน์ขาว เป็นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นขาวซึ่งจะแตกต่างจากไวน์แดงที่หมักด้วยเปลือกองุ่นเป็นหลัก แล้วเอาเฉพาะน้ำองุ่นไปผลิตไวน์ขาวเท่านั้น ทำให้รสชาติของไวน์ขาวจะสดชื่น มีความเปรี้ยวหวาน

เคล็ดไม่ลับ : เพื่อสุนทรีย์ในการดื่ม ควรแช่ไวน์ขาวก่อนดื่มเพื่อดึงรสชาติออกมาได้ดีที่สุด หากดื่มไวน์ขาวแบบอุ่นๆ จะทำให้ได้รับรสชาติความเปรี้ยวมากกว่าการนำไปแช่เย็น

ไวน์ขาว

3. Rosé Wine ไวน์โรเซ่

โรเซ่เป็นไวน์ที่สีสันสวยงามเป็นสีชมพู โดยสีสวยๆ แบบนี้เกิดขึ้นจากการนำเอาน้ำองุ่นดำหมักกับเปลือกในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 12-36 ชั่วโมงจนกว่าน้ำจะเปลี่ยนเป็นสี บางผู้ผลิตอาจใช้การผสมไวน์แดงและไวน์ขาวเข้าด้วยกัน ซึ่งไวน์โรเซ่ต้นตำหรับจะมีรสดราย คือ ไม่หวาน เป็นทางเลือกที่ดีที่สำหรับคนที่เริ่มหัดดื่มไวน์ เสิร์ฟเย็นเหมือนกับไวน์ขาว โดยในต่างประเทศนิยมดื่มกันในช่วงหน้าร้อนเพราะจะให้ความสดชื่น ซึ่งไวน์โรเซ่ที่โด่งดัมาจากแคว้นโพรวองซ์ ในประเทศฝรั่งเศส

เรื่องที่ควรรู้ : ด้วยสีชมพูสดใส คนทั่วไปจึงมักเข้าใจว่าไวน์โรเซ่มีรสชาติหวาน

Rosé  Wine ไวน์โรเซ่

4. Sparking Wine สปาร์คกลิ้งไวน์

สปาร์คกลิ้งไวน์เป็นไวน์ที่มีฟอง จึงมีชื่อเล่นว่า “Bubbly” โดยสปาคร์กลิ้งไวน์ทำจากองุ่นดำและขาว การใช้องุ่นดำในการทำไวน์สปาร์คกลิ้งนั้นไม่ได้น้ำเปลือกมาหมักบ่มด้วย จึงทำให้มีสีเหลืองอมเขียวสดใส ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลพลอยได้จากการหมักตามธรรมชาติ ซึ่งสปาร์คกลิ้งไวน์ มีชื่อเรียกหลากหลาย แต่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือแชมเปญ (ใช้องุ่นที่มาจากแคว้นแชมเปญเท่านั้น) Cava คือ สปาร์คกลิ้งไวน์จากประเทศสเปน, โพรเซโก คือ สปาร์คกลิ้งไวน์จากประเทศอิตาลี่มักใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเฉลิมฉลองตามงานต่างๆ

เคล็ดไม่ลับ : โดยทั่วไปสปาร์คกลิ้งไวน์มักเสิร์ฟในแก้วทรงสูงและทรงเพรียวเสมอเพราะแก้วประเภทนี้จะช่วยรักษาอุณหภูมิและฟองของสปาร์คกลิ้งไวน์ได้เป็นอย่างดี

Sparking-Wine-สปาร์คกลิ้งไวน์

5. Dessert Wine ไวน์หวาน

ไวน์หวานเป็นไวน์ที่มีวิธีการผลิตแตกต่างจากไวน์อื่นๆ เพราะเมื่อองุ่นสุกจะยังไม่ทำการเก็บแต่จะปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน จนได้ลูกองุ่นที่ใกล้เป็นลูกเกด แล้วจึงนำมาคั้นเอาน้ำข้างในมาทำเป็นไวน์ โดยรสชาติจะหวานสดชื่น

เคล็ดไม่ลับ : ด้วยความที่รสชาติหวาน จึงมักนิยมดื่มหลังมื้ออาหาร แต่ในบางประเทศก็นิยมดื่มไวน์หวานเรียกน้ำย่อยก่อนทานมื้ออาหาร เช่นที่ประเทศอังกฤษ

Dessert Wine ไวน์หวาน

สนับสนุนโดย ufa6556.pro


one + 4 =