Saturday, 26 November 2022

ประวัติ Marimekko จากโรงพิมพ์ผ้าสู่สัญลักษณ์แห่งปัญญาชน

ปก marimekko

ในช่วงที่ผ่านมาหลายหลายคนคงจะได้เห็นเสื้อผ้าหรือกระเป๋าที่มีลวดลายดอกไม้ขนาดใหญ่กลายเป็นที่นิยมและแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ดอกไม้นี้เป็นของที่ชื่อว่ามารีเมโกะแบรนด์ที่ไม่ว่าใครได้ยินชื่อครั้งแรก ก็คงคิดว่าแบรนด์นี้มาจากประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มาลี เมโกะ เป็นแบรนด์จากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งถูกก่อตั้งมากว่า 70 ปี และเป็นที่นิยมในสังคมที่เฉพาะมาอย่างยาวนาน

จุดเริ่มต้นของ Mari Mekko เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1949 ที่เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ในตอนนั้นวิริโย่ ราเตีย อยากจะก่อตั้งโรงงานผ้าพิมพ์ลายขึ้นมา ซึ่งภรรยาของเขา อามี่ ราเตีย ก็ได้ไอเดียในการดีไซน์สินค้าว่าเธออยากจะให้เหล่าศิลปินหน้าใหม่มาออกแบบลายผ้าให้บริษัทเพราะนอกจากจะได้ความหลากหลายแล้ววว ยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ในปีหนึ่ง 1951 บริษัทที่ทั้งสองฝ่ายฝันก็เป็นรูปเป็นร่างและในที่สุด มันก็ออกมาเป็นบริษัทที่ชื่อว่า ปริ้นเทค ลายผ้าของ Printect เป็นที่ชื่นชมของผู้คนในเฮลชิงกิ แต่คําชมไม่ได้ทําให้ธุรกิจอยู่รอดได้ แม้ว่าภาพเหล่านี้จะเป็นที่ชื่นชอบ แต่คนที่ซื้อจริงมีจํานวนน้อยมาก ในตอนนั้นอาร์มี่ได้พยายามหาทางออกให้ภาคของเธอทํายังไงล่ะ? เธอจะต้องทํายังไง? คนถึงอยากจะซื้อผ้าของเธอ หลังจากที่คิดอยู่นานเธอก็ได้ไอเดียว่า เธอควรจะเอาผ้าเหล่านี้ไปรังสรรค์เป็นชุด ให้ผู้คนได้เห็นถึงความงามของพวกมันหลังจากที่คิดออก อามีนก็ได้ติดต่อไปหาดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นอย่างริต้าอีโมเเนนให้ช่วยนําผ้าของเธอไปสร้างเป็นชุด ซินริต้าก็ตกลงและนําผ้าของปรินต์เทคไปสร้างเป็นชุดและจัดแฟชั่นโชว์ขึ้นหลังจากที่แฟชั่นโชว์นั้นจบลง

จุดเริ่มต้นของมารี เมโกะ ก็ได้เริ่มขึ้นเพราะชุดทุกตัวที่แสดงในแฟชั่นโชว์นั้นได้ขายหมดอย่างรวดเร็ว ทําให้หลังจากแฟชั่นโชว์จบลงห้าวัน อามี่ก็ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่ามารี มิโกะ ขึ้นมา มารี แมกโกะ เป็นคําในภาษาฟินิช ซึ่งมีความหมายว่า ชุดกระโปรงของเด็กผู้หญิง อามี่อยากให้แบรนด์ของเธอเสริมความงดงามให้กับผู้หญิงและในขณะเดียวกันก็ต้องสบายและสามารถใช้งานได้จริง มารีมิโกะค่อยค่อยสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง และกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยเรื่อยจนในปี 1959 มารีเมะโกะก็ได้เดินทางไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งในตอนแรก มารี เมโกะ ยังเป็นแบรนด์ที่เฉพาะกลุ่มมากๆ จนกระทั่งในปี1960 สตรีหมายเลขหนึ่งในตอนนั้น อย่างภรรยาของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ คาเนดี้ ได้ใส่ชุดของมารี ไมโกะ หลายต่อหลายชุดจนทําให้มาลี มิโกะ กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในสังคมไฮโซของอเมริกา จนถูกขนานนามว่า เครื่องแบบของปัญญาชนเลยทีเดียวความโดดเด่นของ Mari Mekko คือลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และงดงาม

ซึ่งที่มาของลวดลายเหล่านี้ก็มาจากปรัชญาของแบรนด์อย่าง Design is inspire by beautiful everyday. หรือดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามในชีวิตประจําวัน ในช่วงแรกลายภาคของมาลีมิโกะจะเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เพราะผ้าทุกผืนจะถูกพิมพ์ลายด้วยมือจนกระทั่งในปี 1917 ทําแบรนด์ก็ได้ปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาของอุตสาหกรรมและใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ลวดลายต่างต่างของมาลีเมโกะค่อนข้างจะเป็นอิสระ แต่มีอยู่หนึ่งราย ที่อาร์มี่ไม่ค่อยอยากให้นํามาไว้บนผืนผ้า นั่นคือลายของดอกไม้นั่นเอง ให้เหตุผลว่า ดอกไม้นั้นควรจะงดงามอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ใช่บนผืนผ้า แต่ถึงกระนั้นในปี 1964 ไหมยา โรเวการี หนึ่งในดีไซเนอร์ของแบรนด์. ก็ได้นําลวดลายของดอกอูนิโกะหรือดอกป๊อปปี้มาไว้บนผืนผ้าของมาลีมะโกะก็ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายมาเป็น signature ของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันฟาสแฟชั่นและสตรีทแฟชั่นได้เข้ามามีบทมีบทบาทสําคัญอย่างมากในกระแสแฟชั่นโลกทําให้แบรนด์ใหญ่ใหญ่หลายหลายแบรนด์กระโดดมาเล่นกับกระแสนี้ ซึ่ง Mari Mekko เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ได้เข้าไป collapse กับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งหากพูดถึง collapse ที่ช่วยแนะนําให้ผู้คนรู้จักกับนี้มากขึ้นก็คงจะหนีไม่พ้น Uniqlo Xari Meko ซึ่งทําออกมาได้อย่างลงตัว และที่สําคัญคือการเลือกลูกค้าที่ฉลาด เพราะคอลเลกชันที่ Uniqlo ทํากับแบรนด์นี้นั้น มีแต่สินค้าสําหรับผู้หญิงตอกย้ำตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

สนับสนุนโดย ufa6556.pro


1 × two =