Saturday, 26 November 2022

10 เรื่องจริงของ เลโก้ (LEGO) ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ปก เลโก้

อันดับที่ 10 : เขาเคยงานไม้มาก่อน

นาย โอเล่ เคิร์ค คริสเตียนเซ่น  ( Ole kirk Christiansen ) ช่างไม้ฝีมือดีชาวเดนมาร์กผู้ก่อตั้งบริษัทเลโก้ เขาเริ่มต้นกิจการจากการขายเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านที่ทำมาจากไม้ เเละในปี 1932 ประเทศเดนมาร์กได้เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงทำให้เขาต้องผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นซึ่งรวมไปถึงการผลิตของเล่นไม้เเละในปี 1949 บริษัทเลโก้ได้ให้กำเนิดตัวต่อพลาสติกซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวต่อของบริษัทคิทดี้คราฟ (kiddicraft) จากประเทศอังกฤษ

อันดับที่ 9 : ชื่อนี้มีความหมาย

คำว่า LEGO มีรากศัพท์มาจากคำว่า LEG GODT ในภาษาเดนมาร์กซึ่งมีความหมายว่า ” เล่นได้ดี “เเละคำว่า LEGO ยังมีความหมายในภาษาละตินอีกว่า ” I PUT IT TOGETHER ” หรือที่แปลเป็นไทยว่า ” ฉันมันเข้าด้วยกันที่บ้านเกิด ”

อันดับที่ 8 : มินิฟิกเกอร์

มินิฟิกเกอร์ถึงเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเลโก้ที่พวกเราคุ้นเคยและคุณทราบไหมครับว่า Mini figure ตัวแรกที่ผลิตขึ้นในปี 1978 ในรูปแบบของนายตำรวจชุดดำสวมหมวกสีขาวเเละเเม้มีการออกแบบให้มีมากมายหลากหลายอาชีพพวกมันทั้งหมดกลับมีใบหน้าที่เหมือนกันหมด เหมือนกันหมดทุกตัวจริงๆจะทำให้ในปี 1989 เลโก้ได้เริ่มผลิต mini figure ที่มีหน้าตาแตกต่างกันหลากหลายอารมณ์หลากหลายรูปแบบและมันก็ได้ทำให้ยอดขายของเลโก้เพิ่มสูงขึ้นจนในปัจจุบัน  LEGO ได้ผลิตและจัดจำหน่ายมินิฟิกเกอร์ไปแล้วกว่า 4000 ล้านตัว

อันดับที่ 7 : บริษัทผลิตของเล่น ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีบริษัทเลโก้ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วมากมายจนทำให้ทุกวันนี้บริษัทเลโก้เป็นผู้ผลิตของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีกำไรสุทธิในปี 2016 อยู่ที่ 1.24 พันล้านยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4 หมื่นแปดพันล้านบาท

อันดับที่ 6 : ตัวต่อเลโก้ เล็กน้อย แต่มหาศาล

นับตั้งแต่ปี 1985 จนถึงปัจจุบันได้มีการบันทึกไว้ว่าบริษัท LEGO ได้ผลิตตัวต่อมาแล้วกว่า 560,000,000,000 ล้านชิ้นซึ่งถ้าเราแบ่งเจ้าตัวต่อเลโก้นี้ให้กับทุกๆคนบนโลกเท่าๆกันจะทำให้พวกเราทุกคนมีตัวต่อคนละ 78 ชิ้น

อันดับที่ 5 : ที่สุดแห่งการต่อเลโก้

คุณสามารถนำตัวต่อเลโก้เป็นต่อเป็นรูปอะไรก็ได้ตามแต่จินตนาการของกลุ่มเรายังมีคนบางกลุ่มที่เอาตัวต่อเลโก้เป็นต่อสร้างความเป็นที่สุดในโลกยกตัวอย่างเช่นตัวต่อเลโก้ที่สูงที่สุดในโลกมีความสุขอยู่ที่ 34.76 เมตร หรืออย่างกรณีของ ” เจมส์ เมย์  ” เขาสร้างบ้านทั้งหลังด้วยตัวต่อเลโก้กว่า 3 ล้านสามเเสนชิ้น หรือจะเป็นการต่อยานเอ็กซ์วิงที่มีขนาดเท่าของจริงที่ใช้ตัวต่อเลโก้ทั้งหมด 5 ล้านสามแสนชิ้น

อันดับที่ 4 : ตระกลูเดียวกัน แต่นามสกุลไม่เหมือนกัน

เป็นธรรมดาที่หลาย ๆ บริษัทจะให้ลูกให้หลานเป็นผู้สืบทอดกิจการต่อไปเเละเลโก้เองก็เช่นเดียวกันโดยเริ่มจาก นายโอเล่ เคิร์ค คริสเตียเซ่น ( Ole kirk Christiansen ) เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและ นายก็อดฟรีด เคิร์ค คริสเตียนเซ่น ( Godtred kirk Christiansen ) ผู้เป็นลูกชายมารับช่วงต่อในปี 1950 และส่งต่อให้กับทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง นายเคล เคิร์ค คริสเตียนเซ่น ( Kjeld kirk Khristiansen )ซึ่งถ้าเราสังเกตให้ดีๆเราจะพบว่านามสกุลของนายเคลนั้นสะกดไม่เหมือนกับคุณพ่อและคุณปู่ของเขาแต่นั่นก็เป็นเพราะว่าบางหลวงสะกดนามสกุลของเขาผิดแต่ตอนที่เขาจดบันทึกไว้ในโบสถ์

อันดับที่ 3 : รูบนหัว

ถ้าคุณสังเกตให้ดีคุณจะเห็นว่าที่หัวของมินิฟิกเกอร์ทุกตัวจะถูกสร้างรูเอาไว้นั่นก็เป็นเพราะว่าถ้าหาเด็ก ๆ เผลอกลืนมันเข้าไปรูพวกนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสเเม้เพียงเล็กน้อยที่จะทำให้เด็กเหล่านั้นยังคงหายใจได้เเม้ว่าตัวต่อพรุ่งนี้ก็ติดอยู่ในคอก็ตามเเต่ทางที่ดีคุณควรระวังไม่ให้เด็กกลืนมันลงไปดีกว่า

อันดับที่ 2 : ความแม่นยำในการผลิต

แน่นอนว่าของเล่นประเภทตัวต่อต้องมีความแม่นยำสูงในการผลิตเพราะเมื่อคุณต่อมันมันจะต้องไม่แน่นเกินไปหรือว่าไม่หลวมเกินไปซึ่งแม่พิมพ์ที่ใช้ผลิตตัวต่อเลโก้นั้นมีความแม่นยำที่ระดับ 0.002 มิลลิเมตรทำให้ทุก ๆ การผลิตตัวต่อเลโก้ 1 ล้านชิ้นจะมีเพียง 18 ชิ้นเท่านั้นที่ไม่สามารถใช้การได้

อันดับที่ 1 : เลโก้มูฟวี่ที่คุณต่อเองได้

ภาพยนต์ของเลโก้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิค stop motion แต่ต้องขอบอกเลยครับว่าคุณกำลังคิดผิดเพราะภาพยนตร์ทั้งหมดของเลโก้ถูกสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิกทั้งหมดซึ่งทีมงานสร้างจงใจออกแบบให้ดูเหมือนการใช้ stop motion ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของตัวละครแสงเงาหรือแม้กระทั่งรอยนิ้วมือที่ปรากฏบนตัวละครเเละที่เจ๋งกว่านั้นคือทุกๆฉากในภาพยนตร์ได้ถูกออกเเบบให้ตรงตามตัวต่อที่มีอยู่ในชีวิตจริงเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ว่าคุณจะกดปุ่มหยุดที่ฉากไหนคุณก็สามารถเอาตัวต่อเลโก้มาต่อเป็นฉากนั้นได้ 100 % เปอร์เซ็นต์

สนับสนุนโดย ufa6556.pro


sixteen − 10 =