Tuesday, 6 December 2022

โอมากาเสะมาจากไหน?

09 Oct 2022
22

ปก โอมากาเสะ

แม้จะฟังดูเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต เต็มไปด้วยพิธีรีตองเป็นพิเศษ แต่จริงๆ วัฒนธรรมโอมากาเสะนี่เพิ่งจะเริ่มได้รับความนิยมในต้นศตวรรษที่ 20 นี่เองนะคะ (ถ้าเทียบกับเมนูสิ้นคิดเวอร์ชั่นญี่ปุ่นอย่างแกงกะหรี่ ก็ต้องบอกว่าแกงกะหรี่ยังมีอายุมากกว่าอีกค่ะ) ว่ากันว่ายุคนั้นเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเพิ่งจะเฟื่องฟู เพิ่งจะเริ่มมั่งคั่ง หลังจากที่ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจและความยับเยินจากสงครามโลกมาได้ไม่นาน ชาวญี่ปุ่นที่เป็น New Rich ไม่ได้มีความรู้เรื่องเนื้อปลาอย่างลึกซึ้ง พอไปนั่งในร้านซูชิราคาแพงก็ชักจะสั่งไม่ถูก ไม่รู้ว่ามีปลาอะไรหรือไม่มีปลาอะไรบ้าง เลยแก้เกมสั่งแบบโอมากาเสะ ให้เชฟเป็นคนจัดสรรซูชิมาให้ตามใจชอบ ทั้งนี้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเพียงการสันนิษฐานเท่านั้น

โอมากาเสะ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมการกินอันล้ำค่าของญี่ปุ่น ที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะและความสง่างาม อะไรคือจิตวิญญาณของโอมากาเสะที่ทำให้คนหลงใหล แล้วทำไมคนถึงยอมจ่ายเงินในราคาแพงเพื่อชิมอาหารที่ตนไม่ได้เลือกเอง?

โอมากาเสะ (omakase) มีความหมายตรงตัวว่า “ฉันฝากไว้กับเธอ” ในบริบทของร้านอาหารก็คงจะแปลได้ว่า “ฝากท้องของฉันไว้กับเชฟ” นั่นเอง

โอมากาเสะไม่ใช่วัฒนธรรมที่เก่าแก่อะไรขนาดนั้น และแน่นอนว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากร้านซูชิ ที่มักจะมีราคาสูง ผู้ที่ไปกินซูชิได้ต้องมีทั้งเงินและความรู้ในเรื่องปลาลึกมากพอที่จะสั่งปลาได้ถูกชนิด แต่หลังจากปี 1900 เศรษฐกิจในญี่ปุ่นก็เติบโต คนเริ่มมีกำลังทรัพย์มากขึ้นจนสามารถกินซูชิระดับไฮเอนด์ได้ แต่พวกเขากลับไม่มีความรู้เรื่องปลามากเท่าไร เลยใช้วิธีสั่งให้พ่อครัวทำโดยไม่เอ่ยชื่อปลาโดยเฉพาะเจาะจง การกินแบบโอมากาเสะจึงถือกำเนิดขึ้นมานับตั้งแต่นั้น

นอกจากจะมีประโยชน์ในการ “รักษาหน้า” คนสั่งแล้ว ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้โอมากาเสะได้รับความนิยมด้วย หนึ่งในนั้นคือ เหมาะสำหรับคนที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากกินอะไร และมอบหน้าที่ในการคัดเลือกวัตถุดิบและจับคู่อาหารไว้กับมืออาชีพตัวจริง

จุดเด่นของโอมากาเสะ

จุดเด่นอีกอย่างของโอมากาเสะนั้นอยู่ที่วัตถุดิบ หัวใจสำคัญคือความสดใหม่และเป็นวัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่อให้ได้มื้ออาหารที่มีคุณภาพสูงสุด จึงไม่แปลกที่ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) แห่งกรุงโตเกียวจะได้ชื่อว่าเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของพ่อครัวซูชิในประเทศญี่ปุ่น ร่วมถึงส่งออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ ที่วัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นเข้าถึง

ปัจจุบันนี้ โอมากาเสะ ในประเทศญี่ปุ่นนอกจากจะอยู่ในร้านซูชิแล้ว ตามร้านอาหารทั่ว ๆ ไปก็มีอาหารมื้อกลางวันแบบโอมากาเสะด้วยเช่นกัน ถ้าหากไม่อยากกินอาหารที่มีอยู่ในเมนูก็ให้พ่อครัวของร้านทำเมนูเซอร์ไพรส์มาให้ลองก็ได้ หรือหากไปในภัตราคารหรูที่มาพร้อมมื้ออาหารและไวน์ชั้นเลิศแล้วไม่มีความรู้เรื่องไวน์ ก็สามารถสั่ง โอมากาเสะ ยกหน้าที่เลือกไวน์ดี ๆ สักขวดไว้ในมือของซอมเมลิเย่ร์ไปเลย ซึ่งโอมากาเสะที่ใช้กับเครื่องดื่มนี้ก็สามารถใช้ได้ผลเช่นเดียวกับค็อกเทลบาร์ หากมองหาเครื่องดื่มแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น ก็ปล่อยให้บาร์เทนเดอร์สร้างสรรค์เซอร์ไพรส์ค็อกเทลมาให้ลองสักแก้ว

สนับสนุนโดย ebet88.vip


20 − eleven =