Sunday, 5 February 2023

ที่มาของชาไทยดั้งเดิม

ปก-ที่มาของชาไทยดั้งเดิม

ชาไทยเครื่องดื่มดั้งเดิม ส่วนหนึ่งก็คงมาจากวัฒนธรรมจากชาวจีน ซึ่งเห็นได้ชัดว่า คนไทยเชื้อสายจีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ในสมัยโบราณก็จะนิยมดื่มชาที่มีต้นตำรับมาจากประเทศจีน ด้วยการนำยอดใบชามาตากแห้งและนำมาผ่านกระบวนการต้ม ดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกาย

“ชาเย็น หรือ ชาไทย” ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จน CNNGO จัดให้ชาเย็น หรือ ชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 27 จากทั้งหมด 50 อันดับ ในปี 2018  แหม ฮิตติดอันดับโลกขนาดนี้มาดูกันหน่อยซิว่า ชาเย็น หรือ ชาไทย ความจริงแล้วประเทศไทยเองก็ดื่มชากันมานานนม บ้างก็ว่าคนไทยรู้จักการดื่มชากันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ถ้าจะเอาให้แน่ชัด มีหลักฐานชัวร์ 100% ก็ต้องตามจดหมายเหตุลาลูแบร์ ที่บอกไว้ว่า “คนไทยรู้จักการดื่มชาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช และที่ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการดื่มชาของไทยอาจจะแหวกแนวไปซักหน่อย คือ จะอมน้ำตาลกรวดไว้ในปากก่อน แล้วค่อยจิบชาร้อนตาม”

และการดื่มชาร้อนในสมัยนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ เพราะสภาพอากาศบ้านเราอยู่ในเขตร้อน การดื่มชาจึงนิยมดื่มกันในงานราชการ หรือในการต้อนรับแขกบ้านแขกเรือนซะมากกว่า คำตอบ คือ Richard Blechynden เจ้าของไร่ชาชาวอังกฤษ ได้เดินทางมาที่งานแสดงสินค้า World’s Fair ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาได้เตรียมชาร้อนรสชาติดีจากไร่ชาของตัวเองเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้คนในงานได้ลิ้มลอง แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนเกินจะทน คนที่เดินเข้ามาเยี่ยมชมบูธของเค้า กลับต้องการหาเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อดับร้อน เขาจึงตัดสินเอาน้ำแข็งมาใส่ชาร้อนที่ชงไว้แล้วซะเลย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาใส่น้ำแข็งเริ่มเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก

ชาไทย-ชาส้ม

ว่ากันว่าไทยได้รับอิทธิพลการดื่มชาใส่นม ใส่น้ำตาล มาจากประเทศอินเดีย เพราะในตอนนั้นไทยเราค้าขายเครื่องเทศกับอินเดียเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

ซึ่งในปี 2436 บริษัทเนสท์เล่ ได้เปิดตัวนมข้นหวานยี่ห้อแรกในไทย ที่ชื่อว่า นมข้นหวานแหม่มทูนหัว จึงทำให้การดื่มชาแบบใส่นม ใส่น้ำตาลเป็นที่แพร่หลายในไทยมากยิ่งขึ้น และในอีก 10 ปีต่อมา ไทยมีโรงงานน้ำแข็งเกิดขึ้นแห่งแรก สามารถผลิตน้ำแข็งกินได้เองแล้ว ประกอบกับในยุคนั้นเริ่มมีร้านกาแฟโบราณเกิดขึ้นในตัวพระนครอย่างแพร่หลาย จึงทำให้ชาเย็น หรือ ชาไทยเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเป็นเมนูที่ทุกร้านต้องมี

ชาไทย

การมาของ ‘ชาตรามือ’ ทำให้ชาเย็น หรือ ชาไทย

ถ้าจะพูดถึงยุครุ่งเรืองที่แท้จริงของเครื่องดื่มชาส้ม จะไม่พูดถึง ชาตรามือ ไม่ได้เลย จากร้านที่เคยรับใบชาจากประเทศจีนมาขาย กลายมาเป็นร้านขายชาเย็น หรือ ชาไทยสุดฮิตของพระนคร เพราะทางร้านเอา ชาแดงมาใส่นมและน้ำตาล และนำชาดำเย็นมาใส่นมและน้ำแข็ง เป็นเมนูชาเย็น หรือ ชาไทยที่รสชาติอร่อยถูกปากคนไทยในสมัยนั้น แถมยังขายในราคาถูก ใครได้ลองดื่มก็เป็นอันต้องติดใจ จนทำให้ชาตรามือก็ยังคงครองใจคนไทยมาถึงทุกวันนี้

เดิมทีชาเย็น หรือ ชาไทย ไม่ได้มีสีส้มจากธรรมชาติอย่างที่เข้าใจกัน  เพราะเมื่อก่อนชาเย็น หรือ ชาไทยจะใช้ชาซีลอนในการชง และสีของชาซีลอนนั้นเป็นสีเบจใกล้เคียงกับสีของกาแฟมาก จึงต้องใช้การผสมสีชาให้เข้มขึ้นด้วยสีผสมอาหาร ดอกโป๊ยกั๊ก หรือเครื่องเทศเข้าไปด้วยเพื่อให้ได้สีส้มที่สวยงาม ต่อมาเมื่อร้านชาตรามือได้เอาชาแดงหรือชาดำมาชงใส่นม น้ำตาลและน้ำแข็ง จึงกลายมาเป็นชาเย็น หรือ ชาไทยที่ใช้ใบชาแดงเป็นเบสในการชงนั่นเอง

สนับสนุนโดย ufac4.cc


5 + 10 =