Sunday, 30 June 2024

มันสําปะหลัง พืชเศรษฐกิจ

ปก มันสําปะหลัง พืชเศรษฐกิจ

มันสำปะหลัง Manihot esculenta Crantz เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นอันดับที่ 3 ของโลกรองจากประเทศไนจีเนียและบราซิล นอกจากนั้นแล้วประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลกมายาวนาน และสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่าปีละ 3 หมื่นกว่าล้านบาท เนื่องจากมันสำปะหลังเป็นพืชของขวัญของเกษตรกรไทยเพราะเป็นพืชที่ปลูกง่ายมีปัญหาในการผลิตน้อย ปรับตัวได้ดีในเกือบทุกสภาพพื้นที่ แม้ดินจะไม่ดี ปัญหาโรคแมลงมีน้อย หัวสดมีตลาดรองรับแน่นอน การขุดเก็บเกี่ยวไม่ขึ้นกับฤดูกาลสามารถจะชะลอการเก็บเกี่ยวได้ ทนต่อความแห้งแล้งเมื่อเปรียบเทียบกับพืชไร่ชนิดอื่น  หลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 1- 2 เดือนแม้จะไม่ได้รับความชื้นเลยเป็นเวลา 3-4 เดือนมันสำปะหลังยังสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้เมื่อได้รับความชื้นจากฝนอีกครั้ง

มันสำปะหลังเป็นพืชสารพัดประโยชน์นิยมนำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบอย่างผงชูรส สารให้ความหวาน และแป้งมันสำปะหลัง ตลอดจนนำมารับประทานเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น บำรุงลำไส้ บำรุงระบบเผาผลาญ หรือรักษาโรคเบาหวาน เพราะมีคาร์โบไฮเดรต เส้นใย และสารอาหารบางชนิดที่เชื่อว่าดีต่อร่างกาย คนส่วนใหญ่นิยมกินรากมันสำปะหลังหรือที่เรียกว่าหัวมัน โดยรากมันสำปะหลังต้ม 100 กรัม ให้พลังงาน 112 แคลอรี่ อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 นับว่ามีปริมาณสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น owenhillforsenate พบว่าได้มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ทางยาของมันสำปะหลังในแง่มุมที่หลากหลาย ดังนี้

มันสำประหลัง

รักษาเบาหวาน แป้งมันสำปะหลังเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมนำมาประกอบอาหารหลายชนิดและบริโภคกันมากในประเทศไทย ทั้งยังมีการกล่าวถึงคุณประโยชน์ในการต้านโรคเบาหวาน เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นชี้ว่าแป้งมันสำปะหลังอาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคนี้ การศึกษาชิ้นหนึ่งได้สำรวจและเก็บข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปที่ไม่เคยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 409 ราย โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและประวัติด้านสุขภาพเป็นเวลาประมาณ 3.5 ปี ผลพบว่ามีผู้เข้าร่วมทดลองป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 30 ราย ซึ่งคนกลุ่มนี้ต่างมีพฤติกรรมรับประทานเนื้อแดงมาก แต่กินแป้งมันสำปะหลังน้อย ผู้วิจัยจึงคาดว่าแป้งมันสำปะหลังอาจมีสรรพคุณในการป้องกันโรคเบาหวาน

บำบัดโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญอาหาร มีการศึกษาบางชิ้นชี้ว่ามันสำปะหลังอาจช่วยให้ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้นและส่งผลดีต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพด้านนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งศึกษากับผู้ที่มีภาวะความบกพร่องของการสะสมไกลโคเจน (Glycogen Storage Disorders: GSD) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายเปลี่ยนกลูโคสเป็นไกลโคเจนหรือย่อยไกลโคเจนให้เป็นกลูโคสไม่ได้ตามปกติ ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ้วนมาก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับไต โรคนี้รักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารน้ำตาลต่ำเพื่อคงระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติและป้องกันการมีไกลโคเจนสะสมในตับมากเกินไป

บำรุงสุขภาพลำไส้ มันสำปะหลังอุดมไปด้วยแป้งที่ให้พลังงานสูงและมีคุณสมบัติเหมือนเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ อันส่งผลดีต่อสุขภาพลำไส้ เนื่องจากช่วยให้แบคทีเรียชนิดดีในลำไส้เจริญเติบโตได้ดีและกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร รวมทั้งลดการอักเสบของลำไส้

ต้นและใบของมันสำปะหลัง

กินมันสำปะหลังอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์

– หากต้องการนำมันสำปะหลังมาประกอบอาหาร ควรปรุงให้สุกและถูกสุขลักษณะ รวมทั้งรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยการบริโภคมันสำปะหลังให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพนั้น ทำได้ดังนี้

– ปอกเปลือกมันสำปะหลังก่อนนำไปประกอบอาหาร เนื่องจากเปลือกของรากมันสำปะหลังมีส่วนประกอบของไซยาไนด์มากที่สุด

– แช่มันสำปะหลังในน้ำเปล่าประมาณ 48-60 ชั่วโมงก่อนนำไปประกอบอาหารและบริโภค เพื่อลดสารเคมีตกค้าง

– ปรุงมันสำปะหลังให้สุกด้วยการต้ม ย่าง หรืออบ เพราะการบริโภคมันสำปะหลังดิบอาจทำให้ได้รับสารเคมีอันตรายได้

– รับประทานมันสำปะหลังร่วมกับอาหารที่มีโปรตีน เนื่องจากโปรตีนมีส่วนช่วยในการขับสารพิษไซยาไนด์ที่อาจได้รับจากมันสำปะหลังออกจากร่างกาย

– รับประทานอาหารอย่างอื่นให้หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน

– ควรบริโภคมันสำปะหลังประมาณ 70-100 กรัม หรือครึ่งถ้วยเล็ก เพื่อเลี่ยงการได้รับแคลอรี่มากเกินความต้องการของร่างกาย

สนับสนุนโดย dragontiger888.com